[Short fic Utapri] X X X (RenMasa)

posted on 23 Nov 2014 16:50 by onimizu
 

Fan-fiction Uta no prince-sama

Title : X X X

Pairing : Jinguji Ren x Hijirikawa Masato

Rate : 18+

 

A/N : ไม่ได้เช็คคำผิดแต่อย่างใด (สดๆร้อนๆ) ถ้าเจอบอกด้วย ฮือ

จริงๆอยากแต่งพล็อตนี้มานานแล้วแต่ว่า..คิดรายละเอียดอะไรเพิ่มไม่ออกซักที กับเวลาไม่ค่อยจะมี เสียใจ..

พอได้ฟัง xxx ของลาร์คอีกรอบ..ก็ เอ๊ะ...มันใช่นี่หว่าาาา เลยใช้เพลงนี้บิวท์ตอนแต่ง..และเอามาเป็นชื่อซะเลย(ขี้เกียจคิด555)

 

 

 

 

 

 

แก้วใสในมือถูกยกขึ้นแกว่งเป็นวงกลม ก้อนน้ำแข็งเลื่อนกระทบจนเกิดเสียง ดันกระดกเอียงให้ของเหลวเจือสีไหลลงสู่คอแผ่ความร้อนกระจายจนเลือดพอสูบฉีดให้ขึ้นสีจางบนดวงแก้มขาว เหล่สายตาจ้องกลับไปยังด้านข้างหาเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสว่างซึ่งมองมา


ไล่มายังแก้วซึ่งมีแต่น้ำแข็งที่เริ่มละลายอีกใบที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะมุ่นคิ้วแล้ววางแก้วของตนลงกับโต๊ะ


มือขาวพยายามจะเอื้อมหยิบขวดเพื่อมารินเติมแต่กลับถูกแย่งไปเสียก่อน


"นายดื่มเยอะเกินไปแล้วนะ" คล้ายจะดุแต่น้ำเสียงไม่ใช่


"ยุ่ง" คนถูกห้ามคิ้วผูกคิ้วเป็นปมอย่างไม่พอใจนัก


ใบหน้าแดงๆนั่นพอทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มจะเมาแล้ว ก่อนจะหนักเกินไปกว่านี้คงจะต้องเอาขวดกับกระป๋องพวกนี้ไปเก็บซะแล้ว

ควรแปลกใจหรือเปล่าที่ในห้องของหมอนี่มีอะไรแบบนี้อยู่ด้วย แต่ดูๆแล้วก็เหมือนจะเพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน


แต่ที่ทำให้แปลกใจกว่านั้นคือการที่อยู่ๆคุณชายฮิจิริคาวะเป็นฝ่ายชวนให้เขามานั่งดื่มด้วย


ทั้งที่เมื่อก่อนมักจะบ่นเขาเรื่องนี้แท้ๆ


ไม่ได้เจอกันหลายปี.. เปลี่ยนไปจนประหลาดใจจริงๆ

 

เจ้าของห้องเริ่มตาปรือคล้ายกำลังง่วง ชายหนุ่มผู้เป็นแขกจึงเหลือบดูนาฬิกาดิจิตอลที่วางบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม


ตีสอง..

อา.. มาอยู่นานขนาดนี้แล้วงั้นหรอ


หันกลับไปมองร่างของอีกคนที่เหมือนว่าคงจะหลับไปแล้ว เร็นถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับ


"จินงูจิ.. จะไปไหนน่ะ?" เสียงเอ่ยดังพร้อมกับเสื้อที่ถูกรั้งไว้


"ดึกขนาดนี้แล้ว ก็ต้องกลับแล้วสิ" เขาพูดตอบแต่ไม่ได้หันกลับไปหา พยายามก้าวขาเดินให้มือที่จับกับเสื้อนั่นหลุดออก

แต่ทว่า..เหมือนจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ


"ค้างที่นี่ก็ได้นี่" มือข้างที่ยึดเสื้อออกแรงดึงให้ร่างลุกขึ้นยืน


ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินตรงไปที่ประตู


"เร็น"


แต่คงเดินต่อไปเอื้อมมือจะคว้าที่ลูกบิด แต่กลับต้องหยุดค้างไว้ด้วยแขนเรียวที่รวบโอบเขาไว้จากด้านหลัง นัยน์ตาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงยืนนิ่ง อ้อมแขนทั้งสองยิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้น


ไม่ใช่ร่างแต่เป็นข้างในอกเหมือนถูกรัดซ้ำด้วยแรงจนรู้สึกเจ็บ


ถ้ามากกว่านี้..คงจะร้าวได้


"นายเมามากไปแล้ว" น้ำเสียงนิ่งในแบบที่ไม่ใช่ปกติของเขา เลื่อนลงจับที่ข้อมือของอีกคนค่อยๆแกะให้หลุดออก แต่อีกฝ่ายพยายามขืนไว้พร้อมกับเถียงกลับ


"ฉันไม่ได้-.." ไม่ทันได้พูดก็ถูกสวนขึ้นมาไว้เสียก่อน


"ฮิจิริคาวะ!" เร็นหันกลับไปหลุดตะคอกใส่อย่างไม่ตั้งใจ แรงที่รั้งตัวของเขาไว้เริ่มจะคลายออก ใบหน้านั่นสลดลงในทันทีพลางเม้มปากแน่น เห็นแบบนั้นแล้วจึงหลบสายตาก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู


ห่างเพียงวินาทีที่ประตูถูกผลักให้ปิดลง ริมฝีปากของร่างที่เข้ามาขวางไว้นั้นก็เบียดแนบเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว


ฝ่ามือเรียวเลื่อนประคองที่ข้างใบหน้าก่อนจะขยับไปรั้งไว้ที่หลังคอ เขยิบเข้าชิดจนไร้ระยะห่าง กว่าจะตั้งสติได้ทันว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึกถึงปลายลิ้นที่แทรกเข้ามาหา


ก่อนที่เขาจะทนข่มใจไว้ไม่ได้...

เร็นรีบผลักให้ร่างของอีกฝ่ายออกในทันที ผู้ถูกผละออกได้แต่ยืนชะงักค้างมองมาเหมือนช็อคอยู่หน่อยๆ


"ไม่ได้.. " พึมพำพลางคว้าข้อมือของอีกคนยกขึ้น เลื่อนลงไปจากฝ่ามือก่อนจะสะดุดที่แหวนวงสีเงินบนนิ้วเรียวของอีกฝ่าย


"แบบนั้น..ฉันจะเป็นพี่ชายที่ไม่ดีสิ" เร็นเหลือบสายตาขึ้นจ้องมองพร้อมรอยยิ้มจาง ความเจ็บปวดในแววตาคู่นั้นดั่งถ่ายทอดมาวูบลึกอยู่ภายในใจของอีกคน ฮิจิริคาวะก้มหน้าลงก่อนจะเม้มปากแน่น ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างทั้งคู่อยู่พักใหญ่ๆ ต่างไม่ปริปากอะไรหรือขยับไปไหน..


เขาเองก็ได้แต่อยู่นิ่งแบบนั้นแบบไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร..


"..ก็ช่างสิ" จนในที่สุดความอึดอัดนั้นก็ถูกทำลายด้วยน้ำเสียงไหวสั่นที่เอ่ยเบาๆ แต่หากดวงตาที่ช้อนขึ้นมองกลับแสดงถึงความจริงจังในคำพูดนั้น


เพียงชั่วครู่เดียวที่ระริกไหวในแววตาคู่ฟ้าสว่าง ถ้าอยู่นานมากไปกว่านี้ล่ะก็..


"ถ้านายสนเรื่องนั้นก็คงไม่มาที่นี่แต่แรก..หรือไม่จริง?" พูดต่อพลางจ้องลึกเข้าไปหาสิ่งที่ซ่อนไว้ของนัยน์ตาที่เริ่มหวั่นไหว ขยับยกให้ฝ่ามือขึ้นแนบลงบนข้างแก้มนุ่ม เส้นผมน้ำเงินเข้มลู่ลงเคลียบนบ่าเมื่อเจ้าตัวเอียงคอมอง


เขยิบก้าวพาให้ร่างใกล้เข้ามา อเมทิสต์คู่งามนั่นยังคงไม่กะพริบ


 

ดูท่าจะติดกับซะแล้ว..ทว่าไม่ใช่เพราะเสียทีหรอก..


เขารู้ทั้งรู้..แต่ก็ยังมาทั้งที่ปฏิเสธไปแต่แรกก็ทำได้


ถ้าจะบอกว่าไม่ได้หวังให้มันกลายเป็นแบบนี้..คงจะเป็นคำโกหก


 

"คุณหนูฮิจิริคาวะกลายเป็นเด็กไม่ดีแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" หย่อนถามเพื่อเลี่ยงจะตอบอีกฝ่าย


เสียงหัวเราะคิกคักดังก่อนรอยยิ้มจะถูกวาดขึ้นจากผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเด็กไม่ดี


"..ฉันติดมาจากคนนิสัยแย่ๆบางคนน่ะ"


สะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกว่ากล่าว.. เร็นหัวเราะเบาๆทำเป็นไม่รู้ว่าหมายถึงใคร


               คงเป็นคนที่แย่มากเลยสินะ?” จ้องกลับไปตรงๆเอ่ยถามต่ออย่างไร้ซึ่งสาระ


               ใช่..เป็นคนที่แย่มากๆเลยล่ะ” ระยะห่างเริ่มลดลงทุกที


หลุบตาลงเล็กน้อยให้พอดีกับระดับสายตาที่จ้องประสานกันอยู่ คนผมน้ำตาลทองโน้มลงจนหน้าผากชนกับเจ้าของผมสีเข้มเบาๆ

ลมหายใจปะทะบนบนผิวหน้าซึ่งกันและกัน รดใส่ลงจนกระทั่งหยุดยามเข้าเชยชิมกลีบปากอย่างดูดดื่ม


รสชวนเสพติด..เพียงเล็กน้อยก็ทำให้กระหาย..เพิ่มขึ้น..และเพิ่มขึ้น


ขาดหายไปนับปี..ยิ่งโหยหา..มากขึ้น..และมากขึ้น


เรียวแขนโอบไว้กระชั้นร่างให้ชิด แหงนคอรับจูบและตอบรับกันอย่างคุ้นชิน เร็นเลื่อนฝ่ามือประคองไว้ที่หลังศีรษะแทรกนิ้วกับกลุ่มผมนุ่มสีน้ำเงิน ส่วนแขนอีกข้างรวบไว้ที่เอวคอดดันให้ร่างเข้าหาราวต้องการจะให้เบียดหลอมรวมจนเป็นหนึ่งเดียว



อา... ยาพิษนั้นมักหอมหวาน


อันตรายมากเท่าไร ยิ่งดูดดึงให้เข้าหา


รู้ถึงโทษว่าหนักหนาเพียงใด จำต้องโยนสำนึกทิ้ง..


 

ผู้บาปหนาช่างโง่งมเสียจริง


............

 >จิ้ม<
 
 
 
 
หายไปนานโคตรๆ...
 
รู้สึกจะเขียนกากลงอย่างเห็นได้ชัดเลย.. ภาษาก็แกว่ง เนื้อเรื่องยังดูขาดๆอีก
อยากใส่ความคิดกับอารมณ์ของคาร่าเข้าไปมากกว่านี้ แต่ก็นึกประโยคอะไรเลยออกเลย สื่ออกมาจามที่คิดไม่ได้เลย
แย่จังเลย..
 
 
- โอนิ