Fan-fiction Uta no Prince-sama
 
Title : Feeling=Meaning
Author : OnimizU
Pairing : Ren x Masato
Genre : Drama
Rate : PG-13
 
Warning : Jinguji Ren!! (?)
 
 
 
แม้กาลเวลาจะเดินต่อไปข้างหน้าอยู่ตลอด
แต่บางสิ่งกลับถูกหยุดนิ่งไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
 
 
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20]
 
 
 

[Chapter 21 Final]

 

 


               "จินงูจิ.."

 

 

เสียงเรียกชื่อนั้นไม่ได้เอ่ยดังออกมาแต่พอที่จะอ่านปากได้ จากสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็สภาพเดียวกันกับเขา..

 

 

ต่างตกใจและแปลกใจที่เจอกับอีกคน

 

 

ที่รับงานก็เพราะพี่ชายเป็นคนขอมา เนื่องจากฝ่ายโฆษณาของฮิจิริคาวะคอปเปอเรชั่นนั้นเมื่อได้ดูตัวอย่างงานโฆษณาที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์แล้วเกิดสนใจและคคิดว่าเหมาะกับงานชิ้้นนี้ถึงได้ขอร้องมาโดยตรงกับประธานของบริษัทของตระกูลเขา

 

 

เพียงแค่รู้ว่าคนรับผิดชอบงานนี้เป็นใคร..เร็นก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยที่ต้องมาเจอหน้า แต่ก็ไม่สามารถจะหาเหตุผลมาอ้างไม่ขอรับงานได้เลย เพราะเซย์จิโร่เองก็ได้เช็คตารางงานของคนเป็นน้องมาก่อนหน้านี้แล้ว แถมคนที่ขอร้องมายังเป็นคู่หมั้นของผู้บริหารคนปัจจุบันของบริษัทคู่ค้ากันอีก

 

 

แต่จะอะไร..ก็คงยังไม่หนักใจเท่าคนที่กำลังมองมาเขาในตอนนี้

 

 

               "ฮิจิ..ริ..คาวะ" เสียงแผ่วเบาเหลือเพียงขยับริมฝีปากให้อ่านออกเช่นเดียวกับอีกคน ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอกันแบบนี้

 

 

มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่รับรู้ถึงความกดดันบางอย่างที่ทำให้ไม่สบายตัวเอาเสียเลย จะเดินหรือจะขยับ..ก็เหมือนถูกอะไรพันเกาะไว้ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก

 

 

               "มาซาโตะซัง" เสียงของหญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลจากเขานักเอ่ยเรียกคู่หมั้นของตนอย่างเดินเข้าไปหา เร็นพยายามเบือนใบหน้าหนีไปทางอื่นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงทำเช่นนั้น

 

 

               "นั่งรอตรงนั้นก่อนก็ได้ค่ะ อีกประมาณยี่สิบนาทีน่าจะเสร็จแล้วล่ะค่ะ" เธอว่าพลางผายมือไปทางที่นั่งด้านข้าง มาซาโตะเพียงพยักหน้าก่อนที่จะเดินผ่านเร็นที่ยืนหันข้างให้ไป

 

 

เร็นไม่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นมีสีหน้าแบบไหน ยิ้มรับอีกคนหรือเปล่า? หรือว่ามีท่าทางดีใจที่เห็นอีกคนหรือเปล่า? เขาไม่ได้อยากจะรับรู้.. ความรู้สึกเจ็บแปลบในใจที่วาบขึ้นมาในตอนนี้เริ่มจะมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของทั้งคู่พูดคุยกัน

 

 

 

 

ทั้งที่..เขา...

 


 

 

               "อะ! ขอโทษด้วยค่ะ จินงูจิซัง" หญิงสาวที่ยืนคุยอยู่กับคนที่เพิ่งเข้ามารีบวิ่งตรงมาทางเขาจนผมยาวไหวมาปรกบนใบหน้ายุ่งไปหมด ชายร่างสูงที่ถูกปล่อยให้ยืนอยู่เมื่อครู่เพิ่งได้สติก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วตอบรับคำอีกฝ่ายไป

 

 

               "ไม่เป็นไรหรอกเลดี้.." รอยยิ้มที่เคยวาดขึ้นได้อย่างสบายๆไม่ว่าจะในครั้งไหน..ทำไมในตอนนี้ถึงได้ยากที่จะปั้นขึ้นมากัน

 

 

               "ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มถ่ายซีนสุดท้ายต่อเลยนะคะ"

 

 

เวลางานใบหน้าของเธอจะดูจริงจังผิดกับเวลาปกติทั่วไป ท่าทางที่ทุ่มเทกับงานนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด..เพราะตลอดเวลาที่ถ่ายทำกันนี้ในหัวของเขาไม่ได้เพ่งความสนใจไปที่ตัวงานเลย



 

แล้วยิ่งเจอกับ'อะไร'แบบนี้..



 

 

               เร็นถูกให้เทคใหม่มาประมาณสามรอบได้แล้ว มองเผินๆการแสดงก็อาจจะตามบททุกอย่าง..แต่หากสังเกตให้ดีละก็ทั้งสายตาและการสื่ออารมณ์นั้นไม่ได้ไปตามบทด้วยเลย

เขารู้สึกถึงมือทั้งสองที่กำลังสั่น.. กลับกันกับข้างในอกที่คล้ายกำลังจะหยุดลง อาการของเขาเริ่มที่มากจนมีคนที่สังเกตได้.. สายตาคู่ไพลินจากฝั่งด้านข้างนั้นจ้องมาทางเขา รับรู้..แต่ก็ไม่กล้าจะเหลือบกลับไป

 

 

ผ่านไปอีกจนกระทั่งเทคที่ห้ากว่าเขาจะผ่าน แทบทุกคนที่ลุ้นไปตามๆกันขณะที่กำลังถ่ายทำ เร็นรู้ว่าหญิงสาวเองก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น..แต่ก็ไม่ได้ถามเขาออกมา



 

 

 
               หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็รีบขอตัวออกมาจากที่นั่นก่อน เร็นออกมาจากสตูดิโอก่อนที่จะก้าวเท้าเดินอย่างไม่ค่อยจะมั่นคงนัก หากถูกผลักเพียงนิดเดียวคงจะเซล้มลงไปได้ง่าย
 
 
 
ในหัวของเขามันตื้อไปจนหมด สายตาเหม่อลอยไม่ได้มองทางข้างหน้า จนเดินผ่านทางเลี้ยวรถที่แทบจะเรียกได้ว่าหักศอก ร่างสูงของชายหนุ่มเดินอย่างช้าๆจนมาถึงกลางทาง
 
 
 
สติทุกอย่างเหมือนหลุดลอยหาย ประสาทการรับรู้สิ่งสิ่งอย่างเหมือนกับปิดลง แม้แต่เสียงบีบแตรดังลั่นก็ไม่ได้เข้าถึงการรับรู้ให้รู้สึกตัว
 
 
 
 
เสียงโครมดังก่อนที่จะตามเสียงเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เขาพยายามจะขยับหันมองตามแต่ก็ไม่พบอะไรเลย..
 

 
จะขยับก้าวเท้าเดินต่อก็รู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว แม้กระทั่งฝ่ามือจะขยับนิ้วก็ไม่ได้ ไม่นานนักก็รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างร้้าวราวกับแก้วที่ถูกบีบให้แตกละเอียด..
 
 
 
 
 
 
 
แต่นั่นก็เพียงไม่นาน...
 
 
 
 
 
ก่อนที่เขาจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แม้แต่ท้องฟ้ายามเย็นสีส้มเบื้องหน้าก็ค่อยๆกลายเป็นสีดำ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
-END-
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
*หอบข้าวของหนีไปอิตาลี*
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อย่าโกรธกันเลยน้องยา ...วันนี้วันที่หนึ่งเมษาสุขสันต์เอย~♥
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. เมนคุณเร็นแท้ๆนะเรา555555555555555555555555555555
 
 
 
 
 
 
- โอนิ
 

edit @ 1 Apr 2013 01:34:10 by OnimizU

edit @ 4 Apr 2013 18:55:37 by OnimizU

Comment

Comment:

Tweet

= =\" เออะ จบอย่างงี้เลยอ่อคะ อย่างอ่านต่ออ่า แต่งต่อไม่ได้อ่อค้าาาาา >O<

#6 By Hinami (103.7.57.18|27.145.60.121) on 2013-04-29 16:23

โอนิซัง-- นี่ก็เข้าใจตัดจังนะคร้าบ...//ลากเสียง
เอาเถอะ ผมว่ากว่าโอนิจะอัพคงอีกซักเดือนแน่เลย//รอจนรากงอก<<ตอนอ่านก็ไม่เห็นว่ามันเขียนว่า 'Final' - -

#5 By Hikuro Mihoshi on 2013-04-24 12:02

แงงงงงงง ถึงคิดว่าอยากให้จบแบบนี้ แต่ก็ชอบแบบHappy Endingมากกว่า แงงงง เอางี้จริงๆเหรอคะ

#4 By " Amzinas I leeR " on 2013-04-04 17:58

ตอนจะกดเข้ามาก็คิดอยู่ว่าจะมาสไตล์เดียวกับปีที่แล้วหรือเปล่า ;w;
เห็นไฟนอลข้างหลังก็คิดว่าแกล้งแน่ๆ เลย... (ดูจากเนื้อเรื่องไม่น่าจบเร็วขนาดนี้ กำลังไคลแมกซ์)
//แต่ก็อ่านนะ
ถ้าจบแบบนี้จริงๆ นี่ ... o<-<
*ไม่มีคำบรรยายใดๆค่ะ...*

#3 By FarekunG on 2013-04-01 13:21

ถ้าจบแบบนี้ จะไปฆาตกรรมโอนิ(ฮา) แต่ตอนอ่านไม่ทันดูว่ามันFinal XD
โอนิโคตรแย่อ่ะ 5555555555555555555555555555555555555555
//ไม่ได้ถูกหลอกนะ แต่ก็อ่าน