[S.Fic Utapri] The blue bird in The cage. (RenMasa)

posted on 04 May 2013 03:43 by onimizu
 
 
 
[Fan-Fiction Utapri]
 
Title : The blue bird in The cage.
Pairing : Ren x Masato
 
 
 

                ไม่ว่าจะอยู่กับใคร..


                รอยยิ้มเสน่ห์วาดขึ้นชวนให้ผู้คนรอบล้อมต่างลุ่มหลงร่างของชายหนุ่มที่ยืนตรงกลางเอ่ยแต่คำหวานหยอดให้ใจละลายส่งสายตากวาดไปทั่ว ไม่มีใครเลยสักคนที่ถูกจ้องมองแล้วจะหลุดรอดไปได้โดยไม่เผลอจ้องกลับจนลืมเผลอตัว..และเผลอใจ

                หาก จะมีก็แต่..บุคคลที่เขานั้นจงใจจะให้จ้องมองเขากลับมาบ้าง..เหลือบมองตาม ร่างโปร่งที่รีบเดินหลบออกไปให้พ้นจากที่เขายืนอยู่..ดูก็รู้ว่าแกล้งทำเป็น ไม่เห็น


               

                ไม่ว่าจะคุยกับใคร..
           

                เสียง หัวเราะคิกคักดังอยู่ไม่ห่างจากจุดที่ยืน คนสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าของใบหน้าแต้มด้วยไฝเสน่ห์ ริมฝีปากขยับยิ้มบางขณะที่กำลังกลั้นหัวเราะ หากแต่บทสนทนานั้นกลับถูกตัดจบลงทันทีที่เขาก้าวเข้าไปร่วมวง สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาจากการเข้าไปนั้นคือสีหน้าของอีกฝ่ายที่ชักใส่ด้วย ความไม่พอใจก่อนที่จะเดินหนีไปจากเขา

 

                ไม่ว่าจะสัมผัสใคร..

                ปลาย นิ้วผละจากคีย์ของเครื่องดนตรีเป่าลมไม้สีทองเหลืองเลื่อนลงสัมผัสกับเส้นผม นุ่มสลวยสีอ่อนตวัดม้วนเล่นหยอกให้เจ้าของหน้าขึ้นสีระเรื่อแดงด้วยความเขิน อายสายตาคู่ที่หลบลงมองพื้นไม่ได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาคู่สีไพลินสว่างนั้น ไม่ได้ต้องมองตัวเองแต่สักนิด..


                หากแต่กำลังจดจ้องใบหน้า เรียบเฉยที่ไม่ได้แสดงอาการนึกสนใจหรือรู้สึกอะไรกับสิ่งที่ได้เห็นชายหนุ่ม เรือนผมสีน้ำเงินเข้มเพียงแต่มองแคลนอย่างรำคาญเล็กๆที่ต้องมาเห็นภาพเบื้อง หน้านี้

 

 

ไม่ว่าจะทำอะไร.. นายก็ไม่เคยที่จะสนใจ..

 

 

แต่ทำไมกับฉัน..ถึงได้กลับกัน?

 

 

ทุกครั้งที่นายอยู่กับคนอื่น..

                รอยยิ้มพราวปรากฏบนดวงหน้าขาวให้ความรู้สึกอบอุ่นยามที่ได้เห็น ใบหน้าที่แสนจะเป็นมิตรชวนดึงดูดให้เข้าหา ท่าทางสุขุมแต่กลับอ่อนโยนในขณะเดียวกันนั้นทำให้เป็นที่รักของเพื่อนฝูงและคนอื่นๆ

แต่ทำไม..ใบหน้าแบบนั้นเขาถึงไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้ง..

 

ทุกครั้งที่นายคุยกับคนอื่น..

 

                ถ้อยคำปลอบโยนพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมชั้นชวนให้จิตใจรู้สึกสงบ ไม่ใช่เพียงคำพูดแต่รวมทั้งสายตาและท่าทางที่ดูอ่อนโยนนั่นก็ด้วย ทุกๆครั้งที่ได้ยินทุกคำพูดนั้นจะเป็นกันเองและฟังดูสนิทสนม

แต่ทำไม..เสียงที่เขาได้ยินเสมอมีแต่ความแข็งกระด้างและห่างเหิน..

 

ทุกครั้งที่นายสัมผัสคนอื่น..

 

                ฝ่ามือเรียวทาบลงบนมือคู่เล็กที่กำลังสั่นเทา กดลงแนบชิดเพื่อให้อีกคนรู้สึกอุ่นใจว่ามีคนคอยอยู่ข้างๆ นัยน์ตาจ้องลึกมองอย่างเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายก่อนจะเลื่อนเปลี่ยนมากุมมือเอาไว้ ริมฝีปากขยับพูดพร้อมคลี่ยิ้มบาง ไม่นานแขนข้างหนึ่งก็เลื่อนไปโอบร่างเล็กเอาไว้หลวมๆ

 

แต่ทำไม..กับเขาแต่เพียงเดินเข้าใกล้ก็หนีออกห่างราวกับรังเกียจ..

 

 

ทุกๆการกระทำของอีกฝ่ายล้วนเป็นสิ่งที่เขาให้ความสนใจทั้งสิ้น

ทุกๆรายละเอียดแม้จะเล็กน้อยล้วนอยู่ในการสังเกตของเขาทั้งหมด

ทุกๆอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เกือบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเขา

 

 

                บานประตูถูกผลักเข้าไปก่อนขายาวจะสาวพาร่างสูงเข้ามาด้านในห้อง จินงูจิ เร็นเงยหน้าขึ้นมองรูมเมทที่ไม่ทันได้สังเกตว่าเขากลับมาแล้ว เพ่งมองอยู่สักพักจึงรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายไม่ทันรู้สึกตัวคือโทรศัพท์ในมือซึ่งแนบอยู่ข้างหู ในทีแรกก็ไม่ได้นึกที่จะสนใจเสียเท่าไหร่นักจนกระทั่งบทสนทนานั้นลอยเข้ามาในหูของเขา

 

                ครับ..พรุ่งนี้ผมจะไปน้ำเสียงติดจะเกร็งนั้นทำให้เดาได้ไม่ยากว่าปลายสายคงจะเป็นคนในครอบครัวโทรมาหา สีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อยหายไปเมื่ออีกฝ่ายกดวางสายแล้วหันมาเจอร่างที่สูงอยู่อีกฝั่ง

และแล้วใบหน้านั้นก็กลับมาเป็นขึงตึงดังเดิม ในแบบที่เขาเห็นทุกวัน...

 

ยิ้มแบบที่ยิ้มให้กับคนอื่นทุกวันให้เขาเห็นบ้างไม่ได้เลยหรือ..?

 

เร็นยังคงจ้องหน้าอีกฝ่ายและเหล่สายตาไปมองยังโทรศัพท์ที่ถูกวางไว้บนโต๊ะ โดยหวังว่าอีกคนจะพูดอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่คุยเมื่อครู่ แต่ก็เช่นเคย..มีเพียงความเงียบที่เป็นอยู่ตลอดเวลา

 

พูดคุยกับเขาแบบกับที่พูดกับคนอื่นบ้างไม่ได้เลยหรือ..?

 

ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบที่ให้กับคนอื่นกับเขาบ้างแทนความเย็นชานี้ไม่ได้เลยหรือ..?

 

 

 

                วันนี้ฮิจิริคาวะออกไปข้างนอกแต่เช้า..พอเขาตื่นขึ้นมาก็หายไปแล้ว เร็นลุกขึ้นนั่งนิ่งอยู่บนเตียงขณะเดาะปากอย่างขัดใจ แต่อีกฝ่ายจะอยู่หรือไม่..ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกัน...

 

ตลอดทุกวัน..ทุกเวลา..ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มจะกัดกร่อนจิตใจของเขามากขึ้นเรื่อยๆ จากเพียงแค่ต้องการเป็นที่สนใจของอีกฝ่ายบ้างก็เริ่มจะลามไปเรื่อยๆ...

เร็นเริ่มที่จะจมดิ่งลงลึกไปในความคิดของตัวเอง นัยน์ตาคู่ไพลินหม่นลงจนแทบจะไร้แวว ริมฝีปากที่มักวาดยิ้มโค้งเรียบตึงเป็นเส้นตรง

 

อยากให้รอยยิ้มนั้นกลายเป็นแค่ของเขา..

 

อยากให้สายตานั้นจ้องมองเพียงเขา..

 

อยากให้เสียงนั้นเรียกหาแต่ชื่อเขา..

 

อยากให้อีกฝ่ายสนใจเพียงแต่เขา..

 

 

                จนจวนจะตกเย็นแล้วก็ไร้วี่แววของฮิจิริคาวะ.. จะเดินไปถามจากใครก็ไม่มีใครที่จะตอบได้.. ร่างสูงผมทองเดินดุ่มๆไปจนทั่วทั้งบริเวณโรงเรียน

 

เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

 

โทรศัพท์พกพาในมือถูกเก็บลงในกระเป๋ากางเกงหลังจากที่ถูกกดวางสาย

 

ติดต่อก็ไม่ได้..

 

หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น?

 

สารพันเรื่องเลวร้ายต่างล้นทะลักเข้ามาในหัว ความวิตกกังวลเริ่มจะสะสมมากขึ้นเรื่อยขณะที่ฟ้าเริ่มจะมืดมนลงที

 

ถ้าแค่นายบอกฉันสักนิดว่าออกไปไหนล่ะก็..

 

ถ้าแค่ยอมคุยกันดีๆสักครั้งล่ะก็..

 

ฝีเท้าเร่งเร้าวิ่งวนซ้ำๆอย่างไม่รู้จักเหนื่อย หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเลย.. หรือว่าเขาอาจจะสวนทางกับอีกฝ่าย.. ฮิจิริคาวะอาจจะกลับมาแล้วก็ได้..

 

อยากจะเปิดประตูเข้าไปแล้วเจออีกคนกำลังนั่งอยู่ด้านใน.. แต่ไม่ได้ง่ายแบบนั้น.. เมื่อลองหมุนลูกบิดดูก็พบว่ามันยังคงล็อคอยู่เหมือนเดิมหลังจากที่เขาออกจากห้องมา

 

 

                รอแล้ว รอเล่า ..จนเวลาเกือบจะล่วงเลยเที่ยงคืน เสียงแง้มบานประตูดังเรียกความสนใจของผู้ที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ที่ปลายเตียงให้หันไปมอง เร็นเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่โผล่พ้นประตูเข้ามาข้างใน เขารีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินเข้าไปคว้าร่างอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

 

                ไปไหนมา!!” คงจะออกแรงบีบมากเกิดไปจนอีกคนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ฮิจิริคาวะรีบสะบัดแขนออกก่อนจะหันมาจ้องกลับด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

 

                ฉันจะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับนาย!” เป็นประโยคที่แทบจะทำให้ความวิตกจนแทบจะบ้าของเขาเพราเป็นห่วงพังครืนลงมา เร็นลดฝ่ามือตัวเองลงมาที่ข้างตัวก่อนที่จะขยับยิ้มบางแล้วหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน

 

                นั่นสินะ..ระหว่างที่นัยน์ตาเบนหลบจากใบหน้าของอีกคน..ก็สะดุดกับบางสิ่งที่สวมอยู่บนนิ้วนางของมือขาว

 

ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอีกคนมีคู่หมั้น..แต่ก็เกือบจะลืมไปแล้วเพราะไม่เคยที่จะสวมแหวน

 

เหมือนว่าอีกคนจะรู้ตัวว่าเขาจ้องอยู่จึงรีบซ่อนมือข้างนั้นไว้ข้างหลังทันทีก่อนที่จะชักสีหน้าใส่

 

 

แค่มอง..ก็ยังไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือ..?

 

 

ฉันไม่มีสิทธิ์อะไรเลยอย่างนั้นหรือ?

 

 

ทำไมกันล่ะ...

 

 

 

                ในตอนเช้านัยน์ตาคู่ฟ้ากลับหม่นหมองแตกต่างกับเบื้องบนที่ว่างสดใสโดยสิ้นเชิง ระหว่างทางเดินร่างคุ้นตากำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา

 

รอยยิ้มนั่น..ที่ทุกคนล้วนได้รับ..ยกเว้นเขา

 

เผลอกำมือจนแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้.. ความอิจฉาเริ่มที่จะก่อตัวขึ้นจนสุมคุกครุ่นอยู่ข้างในใจ ท่าทีสนิทสนมเหล่านั้นอีกฝ่ายล้วนมีให้กับคนทุกยกเว้นเขา.. เพราะอะไรกัน...

 

ทำไมทุกคนถึงได้รับสิ่งเหล่านั้นแทนที่จะเป็นฉัน..

ฉันที่อยู่ใกล้ชิดนายมากที่สุด..

ฉันที่เป็นคนรู้จักกับนายก่อนทุกคน..

 

หรือจะเป็นเพราะเขาเร็นนึกย้อนไปก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้

 

เพราะว่าตอนนั้นฉัน..เป็นฝ่ายปล่อยมืออกมาจากนายอย่างนั้นสินะ?

 

ที่ทำเย็นชาใส่..เพราะตอนนั้นฉันทำไม่ดีกับนายก่อนใช่หรือเปล่า?

 

 

                นายแค่กำลังโกรธฉันอยู่สินะ...ใช่ไหม...เสียงแผ่วเบาดังเพียงแค่ให้ตัวเองได้ยิน เจ้าของคำพูดขยับยิ้มกับตัวเองที่คิดจนค้นหาคำตอบได้แล้ว เร็นหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนที่จะยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้าคมของตัวเอง

 

ถ้าย้อนกลับไปทำแบบเมื่อก่อน..นายก็จะหายโกรธฉันสินะ..

 

แล้วพวกเราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมสินะ..

 

 

 

                ขาเรียวก้าวพ้นออกจากห้องน้ำก่อนที่จะเดินช้าๆมายืนอยู่กลางห้อง นัยน์ตาเหลือบมองกวาดหาแก้วน้ำที่ตั้งทิ้งไว้เมื่อครู่ก่อนที่พาเดินไปหยิบขึ้นมาดื่ม โดยที่ไม่ได้สังเกตมองเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังลอบมองพร้อมกับร้อยยิ้มขณะที่น้ำข้างในถูกกลืนหายลงไปในลำคอขาว แก้วเปล่าถูกวางไว้ที่เดิมไม่เหลือแม้แต้น้ำสักหยด

 

ร่างในชุดยูคาตะเดินต่อมาได้สองสามก้าวก็เริ่มรู้สึกเหมือนห้องกำลังหมุน ฮิจิริคาวะพยายามควานหาที่ค้ำใช้พยุงตัว ขณะที่พยายามจะก้าวต่อก็ต้องเซไปชนกับร่างที่มายืนข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อพยายามเงยมองภาพตรงหน้าก็เริ่มที่จะพร่าเลือน ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงสิ่งสุดท้ายที่เห็นคือรอยยิ้มกับแววตาที่ว่างเปล่า..

 

.

.

.

.


Warning : Yandere!Jinguji Ren / OOCชัวร์ๆ...

>ยันเดเร็น<

เก๊าได้กลิ่นไหม้ๆ.... เก๊าเมาเก๊าไม่ยู้เยื่อง

เก๊าง่วงแย้ว... เก๊าไปนอนดีก่า...

ปล. คนนี้เป็นคนรีเควส *ชี้*@maruki 

- โอนิ (6-8ไปทะเล)

Comment

Comment:

Tweet

เร็นซามะจะทำอะไรมาสะน้อยๆก็เบาๆหน่อยนะคะ ระวังสุขภาพด้วย XD *คิดไปไกล...

#7 By ismine (103.7.57.18|101.108.249.22) on 2013-05-15 11:19

แบบว่า... เข้ามาเพราะ... cage... แท้ๆ เชียวsad smile
 ก็... ฮวากกกกกกกก กกกก มันใช่ๆ ถึงจะใจร้ายไปสักหน่อยแต่มันก็ใช่ //เริ่มพูดวกวน
ยังไงดี 5555 ห่างหายจากการเม้นท์ให้ฟิคมานานจนเริ่มไม่ถูก แต่มันใช่! #ใช่อะไรวะครับ
กดดันตามคุณเร็น สงสารคุณเร็น แต่ก็สะใจคุณเร็น (เอ๊ะ! ยังไง?) ส่วนผลสุดท้ายชักสงสารมาซาโตะ แต่ก็... ก็ใช่ #กรรมเวรเริ่มเม้นท์ไม่รู้เรื่อง
พอเหอะ... //ดีดตัวเองออกไปก่อนถูกเตะ sad smile

#6 By IndigoMist on 2013-05-07 19:10

ตอนแรกคุณเร็นแลดูน่าสงสาร...
เปลี่ยนคาแร็กเตอร์จากขี้หลีเป็นโหด (?) สินะคะ...
ช่วงหลังคุณเร็นทำขนลุกนะคะ

#5 By aya on 2013-05-05 18:46

ฟหฟกดหฟฟดกหฟหก
แอบสงสารคุณเร็นช่วงแรกๆ แต่คุณเร็นยันแตกแล้วก็... โอ้ว...... ;w; #หนูกัว 
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มาสะของเค้าาาาาาาาา มาสะโดนย่ำยีมันเร้าใจนะ... แต่เปื้อนเลือดเยอะๆแบบนี้มัน โฮรววววววววววววววววววววววววว
ตอนจบก็ ฟหหวฟฟรวนหวสฟสวนวสว *กรีดร้องไม่เป็นภาษา* 
ปล. เอาเร็นมาสะหวานๆมาบัฟเฟอร์เด๋วนี้ย *ย้ำ* 
ปล.2 เอาดราม่ามาัฟเฟอร์ก็ด้ะ...
... อ่านไปตอนแรกๆสงสารก็สงสารคุณเร็น แต่อ่านไปๆมาชักเริ่มจะกลัวยังไงก็ไม่รู้เลยล่ะค่ะ //สั่น
แง้ คุณนาย.. คุณเร็นอย่าทำแบบที่คิดตอนท้ายจริงๆนะคะ ; ;

#3 By SUN|FAV on 2013-05-04 13:29

เร็นซังยันเวอร์ .. // หน้าตึง
ตอนอ่านรู้สึกหายใจไม่ออก พอเจอคำว่าเลือดก็ยี่งรู้สึกเวียนหัว แต่ก็อ่านจนจบถึงบรรทัดสุดท้าย แฮ่กๆ # โบกธงขาว

#2 By B u t s u t o ' on 2013-05-04 12:08

  ... #ไม่รู้จะพิมพ์อะไรดี
คุณเร็นก็แลจะ ... #อ่านไปพร้อมพยายามนึกรอยยิ้มจิตๆ ของคุณเร็น
แต่ฟีลที่อ่านไปกลับรู้สึกสิ้นหวังแทนคุณเร็น 555
ฉากที่เร็นร้องไห้ก็ชอบนะคะ เป็นฉากที่อยากจะเห็นในฟิคสักเรื่อง ฟีลประมาณที่รู้สึกอยากได้มาไว้ในครอบครองแต่ทำไม่ได้อะไรแบบนี้ 
เมนต์อะไรเมาๆ ก็ขออภัยด้วยนะคะ แง้ก

#1 By FarekunG on 2013-05-04 10:22