ทะลวง504 502เข้ามาได้แล้ว....................................
*ทำหน้าแบบผู้มีชัยในศึกสงคราม*
 
 
 
 
คราวนี้ไม่ใช่คู่เมน.. ฮริ
 
 
 

Fan-fiction Utapri

 

Title : Majestic Spiky's collar

Pairing : Camus x Kurosaki Ranmaru

Genre : AU, Drama(little)

Note : อ้างอิงธีมหลักจาก Joker Trap

 

 

 

               ควันจางพ่นแทรกอากาศหนาวจนขึ้นสีจางขาวเป็นกลุ่มไอ กลิ่นคาวเหล็กคลุ้งทั่วติดอยู่ในลมหายใจ แขนเสื้อสูทถูกยกขึ้นเช็ดคราบเลือดที่กบปากก่อนจะกัดฟันกรอดอย่างนึกแค้นใจไม่ทางจากดวงตาสองสีที่วะวับแสงขณะเพ่งมองในความมืดไปทางเบื้องหลัง

 

เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามหลังยังคงดังอยู่ทำให้เขารู้ว่ายังหนีพวกมันได้ไม่พ้น ถึงแม้ขาทั้งสองจะก้าวได้ไม่สะดวกนักก็ต้องทนฝืนวิ่งต่อไปในตรอกแคบๆที่มืดจนแทบไม่เห็นทาง


หากอยู่ในสภาพปกติล่ะก็จำนวนคนแค่นั้นไม่คณามือเขาหรอก


พวกลอบกัดเอ้ย..แถมยังไล่กัดไม่ปล่อยอีก


จะว่าเพราะความใจร้อนของตัวเองก็มีส่วนที่ไม่ยอมดำเนินการตามแผน แต่เขาเป็นพวกประเภทที่ไม่ชอบทำงานร่วมกับใครอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ยิ่งต้องมารอคนอื่นยิ่งเสียเวลาสู้ไปเองคนเดียวน่าจะง่ายและรวดเร็วกว่า


แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาถูกตลบหลังจนทำให้พลาดท่าแบบนี้


เสียงปลดเซฟล็อกแม้จะเบาสำหรับคนปกติด้วยระยะที่ทิ้งห่างอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีทางหลุดเล็ดลอดไปจากโสตประสาทชั้นเยี่ยมของสายลับที่ถูกฝึกมาอย่างดี เขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว


อีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็จะเป็นเส้นทางที่เขาคุ้นเคยดี..รอถึงแค่ทางเลี้ยวคงจะสลัดพวกนั้นให้หลุดไปได้


ฝีเท้าที่สภาพไม่เต็มร้อยเพิ่มความเร็วให้วิ่งเลี้ยวเข้าไปยังทางแยกซึ่งฝั่งหนึ่งออกไปสู่ถนนใหญ่กับอีกฝั่งที่เหมือนจะเป็นซอยตัน ตามปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครคิดจะวิ่งเข้าหากำแพงให้ตัวเองถูกจับ..


นี่แหละโอกาสที่จะสลัดให้หลุด


จริงๆแล้วตามตรอกลึกแห่งนี้เคยเป็นตึกเช่ามาก่อนข้างกำแพงของทุกบล็อคก็ไม่แปลกที่จะมีบันไดฉุกเฉิน แม้สภาพจะผุกร่อนไปตามเวลาจนเหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้ใช้ยึด


ไอ้พวกเรื่องหาทางหนีทีไล่ตามสถานการณ์เป็นอีกเรื่องที่เขาถนัด..


สายเข็มขัดถูกถอดก่อนจะปลดล็อคให้ยืดออก เบาตัวขึ้นอีกหน่อย..เพราะหัวเข็มขัดที่ใส่ถูกถ่วงน้ำหนักไว้ใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ใช้สายตากะระยะเพื่อที่จะออกแรงให้พอดี เข็มขัดยาวถูกเหวี่ยงไปให้พันกับราวบันไดสองรอบครึ่งได้จนพอจะยึดติดไม่ให้หลุด ย่อตัวลงก่อนจะกระโดดให้พื้นรองเท้าข้างหนึ่งแตะทำมุมกับผนังด้านข้างแล้วจึงค่อยถีบดันตัวให้สปริงขึ้นไปเพื่อคว้าขอบกำแพงสูงไว้ มือซ้ายรีบม้วนสายเข็มขัดให้สั้นลงประคองตัวไว้ให้สมดุล แขนข้างที่มือเกาะเกร็งแน่นเพื่อยกตัวให้พ้นไปยืนยังด้านบนก่อนจะกระโดดลงที่อีกฝั่ง


ทันทีที่ร่างลงสู่พื้นความเจ็บแปลบจากข้อเท้าก็แล่นขึ้นมา.. ด้วยจังหวะที่รีบร้อนกับร่างกายที่ยังสะบักสะบอมอยู่พอควรทำให้ลงมาผิดท่า



แต่ถึงจะอย่างนั้นก็คงจะพ้นจากพวกนั้นแล้ว..



ไม่ทันจะได้สูดลมหายใจให้ทั่วท้อง..เมื่อเงยใบหน้าขึ้นมาก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้า


หนีเสือปะจระเข้งั้นเรอะ..?


คงจะน้อยเกินไปถ้าจะเทียบกับบุคคลที่ยืนวาดยิ้มอยู่ในตอนนี้


 

               ผมควรจะดีใจสินะ ที่หมาที่ตัวเองเคยฝึกจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้ ใบหน้าของชายคนนี้ไม่มีทางที่จะลืม



ฮาริยะ..


               แก.. คำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้น มือทั้งสองกำหมัดแน่นจนสั่น สายตาสีต่างจ้องอย่างไม่สามารถจะกักเก็บความอาฆาตให้ซ่อนไว้ได้


ฆ่า..


อยากจะฆ่ามันซะตรงนี้


               คงไม่คิดจะทำอะไรที่รู้ว่าไม่มีทางทำได้อยู่หรอกนะ? ชั่วครู่นึงที่แววตาสงบนิ่งนั้นเปลี่ยนไป สาดส่อง