[Fic Utapri] Feeling = Meaning [21] (RenMasa)

posted on 31 Mar 2014 01:24 by onimizu
เชิญพบกับ SS2!!! //ไม่ใช่ละ

...ก็หายไปยาวอย่างกับทิ้งซีซั่นจริงๆล่ะ...
 
 
Fan-fiction Uta no Prince-sama
 
Title : Feeling=Meaning
Author : OnimizU
Pairing : Ren x Masato
Genre : Drama
Rate : PG-13 
 
Warning : Jinguji Ren!! (?)
 
 
 
แม้กาลเวลาจะเดินต่อไปข้างหน้าอยู่ตลอด
แต่บางสิ่งกลับถูกหยุดนิ่งไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
 
 
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20]
 
 

[Chapter 21]


               "จินงูจิ.."

เสียงเรียกชื่อนั้นไม่ได้เอ่ยดังออกมาแต่พอที่จะอ่านปากได้ จากสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็อยู่ในสภาพเดียวกันกับเขา..

 

ต่างตกใจและแปลกใจที่เจอกับอีกคน

 

ที่รับงานก็เพราะพี่ชายเป็นคนขอมา เนื่องจากฝ่ายโฆษณาของฮิจิริคาวะคอปเปอเรชั่นนั้นเมื่อได้ดูตัวอย่างงานโฆษณาที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์แล้วเกิดสนใจและคิดว่าเหมาะกับงานชิ้นนี้ถึงได้ขอร้องมาโดยตรงกับประธานของบริษัทของตระกูลเขา

 

เพียงแค่รู้ว่าคนรับผิดชอบงานนี้เป็นใคร..เร็นก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยที่ต้องมาเจอหน้า แต่ก็ไม่สามารถจะหาเหตุผลมาอ้างไม่ขอรับงานได้เลย เพราะเซย์อิจิโร่เองก็ได้เช็คตารางงานของคนเป็นน้องมาก่อนหน้านี้แล้วแถมคนที่ขอร้องมายังเป็นคู่หมั้นของผู้บริหารคนปัจจุบันของบริษัทที่เป็นคู่ค้ากันอีก

 

แต่จะอะไร..ก็คงยังไม่หนักใจเท่าคนที่กำลังมองมาทางเขาในตอนนี้

 

               "ฮิจิ..ริ..คาวะ" เสียงแผ่วเบาเหลือเพียงขยับริมฝีปากให้อ่านออกเช่นเดียวกับอีกคน ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอกันแบบนี้

 

มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่รับรู้ถึงบรรยากาศชวนให้รู้สึกไม่สบายเอาเสียเลย เร็นยังคงจ้องใบหน้าของผู้ที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตู เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหน ส่วนอีกฝ่ายเองก็เหมือนจะทำตัวไม่ถูกเช่นกัน

 

               "มาซาโตะซัง" เสียงของหญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลจากเขานักเอ่ยเรียกคู่หมั้นของตนพร้อมกับเดินเข้าไปรับ เร็นพยายามเบือนใบหน้าหนีไปทางอื่นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงทำเช่นนั้น

 

               "นั่งรอตรงนั้นก่อนก็ได้ค่ะ อีกประมาณยี่สิบนาทีน่าจะเสร็จแล้วล่ะค่ะ" เธอว่าพลางผายมือไปทางที่นั่งด้านข้างติดกำแพง มาซาโตะเพียงพยักหน้าก่อนที่จะเดินผ่านเร็นที่ยืนหันข้างให้

 

เร็นไม่เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นมีสีหน้าแบบไหน ยิ้มรับอีกคนหรือเปล่า? หรือว่ามีท่าทางดีใจที่เห็นอีกคนหรือเปล่า? เขาไม่ได้อยากจะรับรู้.. ความรู้สึกเจ็บแปลบในใจที่วาบขึ้นมาในตอนนี้เริ่มจะมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของทั้งคู่พูดคุยกัน

 

ทั้งที่..เขา...

 

               "อะ! ขอโทษด้วยค่ะจินงูจิซัง" หญิงสาวที่ยืนคุยอยู่กับคนที่เพิ่งเข้ามารีบวิ่งตรงมาทางเขาจนผมยาวไหวมาปรก บนใบหน้ายุ่งไปหมด ชายร่างสูงที่ถูกปล่อยให้ยืนอยู่เมื่อครู่เพิ่งได้สติก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วตอบรับคำอีกฝ่ายไป

 

               "ไม่เป็นไรหรอกเลดี้.." รอยยิ้มที่เคยวาดขึ้นได้อย่างสบายๆไม่ว่าจะในครั้งไหน..ทำไมในตอนนี้ถึงได้ยากที่จะปั้นขึ้นมากัน

 

ทำไมต้องรู้สึกฝืนมากถึงขนาดนี้..

 

               "ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มถ่ายซีนสุดท้ายต่อเลยนะคะ"

 

เวลางานใบหน้าของเธอจะดูจริงจังผิดกับเวลาปกติทั่วไป ท่าทางที่ทุ่มเทกับงานนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด..เพราะตลอดเวลาที่ถ่ายทำกันนี้ในหัวของเขาไม่ได้เพ่งความสนใจไปที่ตัวงานเลย

 

แล้วยิ่งเจอกับ'อะไร'แบบนี้..

 

               เร็นถูกให้เทคใหม่มาประมาณสามรอบได้แล้ว มองเผินๆการแสดงก็อาจจะตามบททุกอย่าง..แต่หากสังเกตให้ดีแล้วล่ะก็ทั้งสายตาและการสื่ออารมณ์นั้นไม่ได้ไปตามบทด้วยเลย

เขารู้สึกถึงมือทั้งสองที่กำลังสั่น.. กลับกันกับข้างในอกที่นิ่งจนเหมือนว่าได้หยุดลงไปแล้ว อาการของเขามากจนเริ่มมีคนที่สังเกตได้.. สายตาคู่ไพลินจากฝั่งด้านข้างนั้นจ้องมาทางเขา รับรู้..แต่ก็ไม่กล้าจะเหลือบกลับไป

 

มันไม่ใช่ความประหม่า... แล้วความรู้สึกที่จุกอยู่ข้างในนี้มันคืออะไรกัน

 

ผ่านไปอีกจนกระทั่งเทคที่ห้าแทบทุกคนก็ต่างลุ้นไปตามๆกันขณะที่กำลังถ่ายทำ จนในที่สุดเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นที่น่าพอใจแล้วทางผู้กำกับจึงให้เขาผ่าน 

 

แทบจะถอนหายใจออกมา.. เร็นยกฝ่ามือขึ้นลูบบนใบหน้าที่เริ่มซึมด้วยเหงื่อ เมื่อหันไปทางหญิงสาวที่ยืนลุ้นอยู่เมื่อครู่ก็เห็นว่าเธอนั้นมีสีหน้าที่เหมือนกำลังเป็นห่วง เขาพยายามขยับฝืนยิ้มบางๆกลับไปให้แทน

 

               “ดีใจที่ได้ร่วมงานกันแล้วก็ขอบคุณมากนะเลดี้” เขาค้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณทุกคนในกองถ่าย สายตาของเร็นกวาดมองไปรอบๆแต่กลับไม่พบใครบางคน.. แต่ก็คงจะดีแล้วที่ไม่เห็นอีกคนไม่เจอแบบนี้อาจจะดีกว่า

 

หากไม่ต้องเห็น..อีกหน่อยความรู้สึกพวกนี้อาจจะเบาบางลงได้บ้าง 

 

หลังจากเสร็จงานแล้วเร็นจึงเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อซึ่งอยู่ถัดไปจากส่วนที่ทำการถ่ายทำ ชายหนุ่มก้าวขายาวเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆขณะที่ในใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความสับสนที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดตัวเอง คิ้วมุ่นเข้าหากันส่วนริมฝีปากก็เหยียดเป็นเส้นตรง เขาถอนหายใจอยู่หลายครั้งจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องที่มีกระดาษซึ่งเขียนชื่อของเขาแปะไว้

ขณะที่เอื้อมมือไปแตะลูกบิดแล้วกำลังจะหมุนเพื่อออกเข้าไปนั้น..

 

               “นายจงใจใช่หรือเปล่า?” น้ำเสียงเรียบแฝงด้วยความไม่พอใจ ช่างเป็นโทนที่คุ้นหูซึ่งได้ยินมาตลอดตั้งแต่พบกันครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันเลยมาสิบปี เร็นชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะหันตัวกลับไปหาทางต้นเสียงนั่น ชายหนุ่มผมสีเข้มยืนกอดอกจ้องสายตามองเขานิ่งๆ

 

               “หือ..คิดมากไปเองน่า.. หวงขนาดนั้นเลยรึไง แต่ก็ไม่แปลกนี่นะ..เลดี้ออกจะน่ารักขนาดนั้น” ปากขยับพูดออกไปพร้อมปั้นยิ้มยียวนดั่งเช่นทุกครั้ง ขัดกับความรู้สึกตัวเองอย่างที่สุด หลังจากที่ได้ยินสีหน้าของฮิจิริคาวะแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน สายตานิ่งเมื่อครู่เริ่มจะมองเขม่นมาทางเขา ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนกำลังอยากจะเอ่ยด่าออกมา

 

อะไรกัน..ความรู้สึกแบบนี้ เจ็บแปลบขึ้นมาอีกแล้ว ..

พอสักทีเถอะน่า..

 

               “มาเจอฉันแบบนี้จะดีหรอ..ทำผิดสัญญาเองแบบนี้ได้ยังไงกัน~” เหลือบจ้องกลับไปด้วยแววตากวนประสาทก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น ต้องรีบไปจากตรงนี้ซะ...ฝ่ามือที่กุมลูกบิดไว้ออกแรงบีบจนสั่นเล็กๆ

 

               “แต่นายหากต่างที่มายุ่งกับเธอก่อน” ยิ่งรู้สึกถึงความโกรธที่แฝงมากับน้ำเสียงนั่นแรงบีบก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น.. ยังคงไม่ละสายตาหลบไปกลับจ้องค้างไว้อยู่เช่นนั้น ถ้าไม่รีบไปล่ะก็..

 

               “หือ.. นายไม่ได้บอกไว้นี่ว่าห้ามยุ่งกับเลดี้คนนี้” ..ยิ่งนานเท่าไหร่..ก็ยิ่งคุมไว้ไม่อยู่ หยุดซะทีเถอะ..พอได้แล้ว..

 

แรงจากมือขาวกระชากคอเสื้อของเขาให้ดึงเข้าไปจนชิด นัยน์ตาขุ่นเคืองนั่นจ้องเขม็งด้วยความโมโห ฮิจิริคาวะกัดฟันกรอดก่อนจะเค้นเสียงตะคอกให้ได้ยินเฉพาะในระยะที่อยู่ห่างกันระหว่างเขากับอีกฝ่าย

 

ยิ่งใกล้ขนาดนี้..

ความเจ็บมันก็ยิ่งชัด

 

               “อย่าได้ยุ่งกับเธอ.. อย่าหาว่าฉันไม่เตือน..” ทำหน้าไม่สะทกสะท้านผุดยิ้มพรายไม่ยี่หระใดๆ แขนลู่ลงข้างตัวไม่คิดจะผละอีกคนออก จ้องสายตาอย่างท้าทายบ่งบอกว่าเขาไม่คิดจะกลัว

 

ยิ่งการกระทำที่ชัดเจนที่ได้เห็นขนาดนี้..

ก็ย้ำสาเหตุที่ทำให้รู้สึก

 

ก็แค่ภายนอกที่ดูไม่เป็นอะไร..ผลกระทบที่ได้รับมานั้นคือความจุกที่แล่นไปกองรวมอยู่ที่อกแล้วถูกบีบลงซ้ำแทบจะแหลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

ใช่..รู้สึกตัวสักทีสิ..

สาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้

 

ฝืนกลั้นแสยะยิ้มแล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกไป..ไม่ได้แสดงออกมาให้รับรู้ถึงความรู้สึกจริงๆที่ซ่อนลึก..

หากหลุดออกไปคงคล้ายตัวเองจะแพ้..

ภัยที่เกิดจากตัวเอง..

 

ค้างนิ่งอยู่แบบนั้นไม่นานฝ่ามือของอีกคนก็ผละออกไปเอง เหลือบสายตามองตามไปอีกฝ่ายก็หันหลังกลับทำท่าจะเดินออกไป ก็ไม่แน่..อาจจะแพ้ไปแล้วก็ได้

แววตาขุ่นลงเล็กน้อย คลายลงตกไม่ได้ฉายแววความเป็นต่อดั่งที่ทำก่อนหน้า เร็นหันกลับไปฝั่งประตูก่อนจะหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูออก ขายาวก้าวเข้าไปข้างหนึ่ง..ก่อนจะหยุดไว้ ริมฝีปากรู้สึกหนักแต่ก็ฝืนขยับเอ่ยมันออกมา..

 

               “ไม่กี่วันจะถึงวันงานแล้วนี่.. ยินดีด้วยนะ..” พูดออะไรออกไป จะเบาไปหรือดังไป..จะได้ยินหรือไม่ได้ยิน จะรู้สึกยังไงตอนที่ฟัง เขาไม่รับรู้อะไรเลย..

 

ก้าวขาอีกข้างเข้าไปข้างในห้องหลังจากที่พูดจบ บานประตูถูกปิดลงเร็นพิงหลังก่อนจะปล่อยให้ร่างทรุดลงไปนั่งที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงจะฝืนยืนต่อ ดวงตาจ้องอย่างเหม่อลอย ไม่รู้เลยว่ากำลังมองอะไร.. ไม่รู้เลยกำลังคิดอะไร ไม่รู้เลยว่ากำลังรู้สึกอะไร.. ชาไปหมด

 

กว่าจะรู้..ไม่สิ..
 

กว่าจะได้รู้จักความรู้สึกนี้..และยอมรับ..
 

มันก็สายไปแล้ว

 

จะมีประโยชน์อะไร..

 

ใช่..

 

               “ก็มันสายไปแล้ว..” เครือสั่นออกมา ไม่เชื่อนั่นคือเสียงของตัวเองด้วยซ้ำ..ล้นจนกักไว้ไม่ได้..ทิ้งสิ้นซึ่งสติ ปล่อยออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่..

 

 

มันก็สมควรแล้วนี่..




 


-TBC.-



ทุบไหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห... แล้วเอาไปใส่ไหใบใหม่ //อุ่บ....


คาดว่าประชาชนทั้งหลายคงจะอพยพกันไปหมดแล้ว....... //คนตามอ่านก็มีไม่เยอะอยู่แล้วล่ะนะ ฮ่ะๆ

และคงถามว่า.. อินี่ใคร... //หายไปปีนึง


ยังมีคนอยู่มั้ยนะ..... ;w;





เอ้อ!.. แล้วก็...


วันที่20 เมษานี้ !!!


มี Utapri Only event !!! >  https://www.facebook.com/UtaNoPrinceSamaOnlyEvent?fref=ts
รายละเอียดงานตามลิงค์เลยเน้อ
ไปกันให้ได้น้าาาา~


ปล. บล็อคร้างแหงๆเลย.. ต้องร้างแล้วแน่ๆเลย...


- โอนิ 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นกำลังให้นะ รออ่านอยู่นะ จิ้นคู่นี้มากมาย

#6 By akachi (223.206.78.228|223.206.78.228) on 2015-04-22 21:57

เป็นกำลังให้คนแต่งนะ สนุกมาก รออ่านอยู่นะ

#5 By akachi (171.7.248.180|171.7.248.180) on 2015-01-28 23:54

แงงงงงงง ยังรออยู่นะคะ * v * 
รายงานตัวครั้งแรกค่ะ ปกติเอาแต่ซุ่มอ่าน #กราบ
ฮือออ แต่ก็ทนรอมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะคะ /ซับน้ำตา

#4 By B u t s u t o ' on 2014-05-05 16:16

รอมาเนิ่นนาน~

#3 By Hikuro Mihoshi on 2014-04-25 16:13

แงงงงง ในที่สุดตอน21ของจริงก็มาแล้วว
*น้ำตาไหล*
รอตอนนี้ิมานานมากค่ะ เปิดเข้าบล็อกมาเช็คแทบจะวันเว้นวัน ในที่สุดฝันก็เป็นจริง นี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน♫
 สู้ๆนะคะ! ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ก็จะรอเรื่องนี้จนจบค่ะ! เพื่อเร็นมาสะ เื่พื่อโอนิซัง เพื่อความฟิน //ผิดส์ confused smile

#2 By ismine:3 (101.108.230.49|101.108.230.49) on 2014-03-31 15:54

แงงงงงงงงงงงงงงงง้ เห็นสภาพแล้วเดาไม่ออกเลยว่าจะกลับไปแฮปปี้แอนด์ยังไงงงงงง โฮฮฮฮฮฮ 
สงสารคุณเร็นแต่อีกใจก็คิดว่าสมควร ตอนเขาเป็นของตัวเองก็ไม่รู้จักถนอม มาคิดได้ตอนนี้มันสายไปแล้วจริงๆ  
สารภาพว่าแอบลืมๆ ตอนก่อนๆ ไปแล้ว แต่พออ่านไปมันก็ค่อยๆ กลับมาทีละนิดๆ ฮ่า
ดีใจที่กลับมาอัพต่อนะคะ เป็นเร็นมาสะเรื่องแรกที่เราอ่านจริงๆ นะ! จากนี้ไปก็สู้ๆ นะคะ จะติดตามต่อไปจนจบแน่ๆ ค่ะ 

#1 By FarekunG on 2014-03-31 01:46